โรคติดต่อจากสระว่ายน้ำ มีจริงหรือไม่

Infectious-diseases-photo

คุณอาจจะแปลกใจเมื่อรู้ว่าคลอรีนในสระว่ายน้ำ อาจไม่ได้มอบความปลอดภัยให้กับเราเสมอไป โดยเฉพาะเชื้อโรคในปัจจุบันที่ทนต่อคลอรีนเพิ่มขึ้นอย่างมาก และไม่เคยถูกสังเกตุว่าเป็นต้นเหตุของโรคในมนุษย์จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้เอง เมื่อเชื้อโรคเหล่านี้ลงสู่น้ำมันอาจใช้เวลาไม่กี่นาทีก่อนที่จะถูกฆ่าโดยคลอรีน หากคุณเผลอกลืนน้ำเพียงเล็กน้อยที่มีเชื้อโรคเหล่านี้ อาจส่งผลให้ทำให้คุณป่วยได้ง่ายๆ

ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมานี้ ได้มีการตรวจพบการเพิ่มขึ้นของโรคติดต่ออย่างหนัก โดยเฉพาะสระว่ายน้ำจาก เชื้อโปรโตซัวที่พบได้บ่อยมากที่สุดคือ คริพโตสปอริดิโอซิส (cryptosporidium) เชื้อโรคเหล่านี้สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายวัน แม้ในสระน้ำที่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงที่แพร่ระบาดในสระว่ายน้ำส่วนใหญ่

โชคดีที่เชื้อโรคส่วนใหญ่ไม่ได้ทนต่อคลอรีนเหมือนกับคริพโตสปอริดิโอซิส ดังนั้นคลอรีนจึงยังเป็นวิธีการหลักที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรค สำหรับสระว่ายน้ำสาธารณะในต่างประเทศ จะมีการตรวจวัดระดับคลอรีนสม่ำเสมอ หากไม่อยู่ในระดับเกณฑ์ที่กำหนดจะถูกสั่งปิดเพื่อตรวจสอบ หรือปิดถาวรไปเลยก็มี จากรายงานเมื่อปี 2010 จำนวนสระน้ำ 1 ใน 8 ที่ได้รับการตรวจถูกสั่งปิดทันทีเมื่อ

กลุ่มคนที่เสี่ยงติดโรคจากสระว่ายน้ำมากที่สุด

คนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดได้แก่ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ (ผู้ป่วยที่เป็นโรคเอดส์ หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ) อาจทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากหากติดเชื้อ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอควรรับรู้ว่าสระน้ำอาจมีการปนเปื้อนจากมนุษย์หรือสัตว์ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่อันตรายถึงชีวิต สำหรับวิธีการว่ายน้ำให้ปลอดภัย สามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.ห้ามลงน้ำหากคุณมีอาการท้องเสีย

2.ห้ามลงน้ำหากคุณมีบาดแผลเปิด (อย่างเช่น แผลจากการผ่าตัด) ที่ไม่ได้ปิดด้วยผ้าพันแผลกันน้ำ

3.อาบน้ำก่อนลงสระ ล้างตัวอย่างน้อยประมาณ 1 นาที เพื่อขจัดสิ่งสกปรกส่วนใหญ่ หรือสิ่งอื่นใดในร่างกายที่ไม่พึงประสงค์

4.พยายามอย่ากลืนน้ำ หรือห้ามให้น้ำเข้าปากถ้าเป็นไปได้

5.สำหรับผู้ปกครองที่พาเด็กมาเล่นน้ำในสระ ควรหมั่นตรวจผ้าอ้อมอย่างสม่ำเสมอ

6.ไม่ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมข้างสระว่ายน้ำ เพราะเชื้อโรคสามารถแพร่กระจายไปยังพื้นผิว และวัตถุที่อยู่รอบสระว่ายน้ำ

7.ล้างตัวเด็กให้สะอาด (โดยเฉพาะส่วนก้น) ด้วยสบู่และน้ำ เนื่องจากทุกคนมีคราบอุจจาระที่มองไม่เห็นบนก้น ที่สุดท้ายของพวกมันจะไปลงเอยในสระน้ำ